สูตรบาคาร่าลาบูเชียร์ (The Labouchere) หรือรู้จักกันในชื่อ Split Martingale, American Progression และ Cancellation System สูตรนี้จะนำพื้นฐานการเดินเงินแบบ Negative Progression มาใช้ โดยมีหลักการ “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากแพ้เกม ลดเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม” แต่จะไม่นำเงินที่เสียไปกลับมาในครั้งเดียว แต่จะค่อย ๆ เพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความซับซ้อนของสูตรลาบูเชียร์คือผู้เล่นจะต้องจำลำดับการเพิ่มลดให้ดี บางคนอาจมีหลงลืมบ้าง แนะนำให้เตรียมกระดาษปากกาในการจด

วิธีการประยุกต์ใช้สูตรลาบูเชียร์ อันดับแรกให้ผู้เล่นกำหนดชุดเลขอนุกรมขึ้นมา เช่น 1-2-3 สำหรับการเดิมพันแต่ละครั้ง

เดิมพันครั้งแรก - ให้วางเงินเดิมพันด้วยผลบวกของเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของอนุกรม ในที่นี้ก็คือ 4 ซึ่งมาจาก 1+3

แพ้ - ให้เติมตัวเลขที่เท่ากับเงินเดิมพันในเกมที่แพ้ต่อท้ายอนุกรม ซึ่งก็คือ 4 และอนุกรมจะกลายเป็น 1-2-3-4

ชนะ - ให้ลบเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของอนุกรมที่ใช้งานไปแล้วออก ซึ่งก็คือ 1 และ 3 อนุกรมจะเหลือ 2 เพียงตัวเดียว

ให้ผู้เล่นศึกษาผลการแพ้ชนะและการนำสูตรบาคาร่าลาบูเชียร์มาใช้ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โดย 1 หน่วย=100

เงินเดิมพันผลการเดิมพันตัวเลขที่เพิ่ม-ลดเลขอนุกรมสุดท้าย
4 (1+3)แพ้เพิ่ม 41-2-3-4
5 (1+4)แพ้เพิ่ม 51-2-3-4-5
6 (1+5)ชนะลบ 1 กับ 52-3-4
6 (2+4)แพ้เพิ่ม 62-3-4-6
8 (2+6)แพ้เพิ่ม 82-3-4-6-8
10 (2+8)ชนะลบ 2 กับ 83-4-6
9 (3+6)ชนะลบ 3 กับ 64
4แพ้เพิ่ม 44-4
8 (4+4)ชนะลบ 4 กับ 4จบรอบ

จากการเดิมพันโดยใช้สูตรลาบูเชียร์ทั้งหมด 9 เกม จะเห็นว่าผู้เล่นชนะ 4 เกม และแพ้ 5 เกม ทำให้มีกำไร 600 บาท โดยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องชนะมากกว่าแพ้เสมอไป และการจบรอบในแต่ละรอบนั้น เลขทั้งหมดในอนุกรมก็จะต้องถูกลบไป การใช้สูตรจึงจะสมบูรณ์

สูตรบาคาร่ามาร์ติงเกลเป็นสูตรการเดินเงินยอดนิยมสำหรับใช้ในการพนันออนไลน์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เป้าหมายของสูตรนี้คือการนำเงินทั้งหมดที่เสียไปกลับคืนมา โดยมีพื้นฐานการเดินเงินแบบ Negative Progression ซึ่งมีหลักการ “เพิ่มเงินเดิมพันเท่าตัวทุกครั้งหลังจากแพ้เกม วางเงินเดิมพันเท่ากับเกมแรกหลังจากชนะเกม”

การวางเงินเดิมพันด้วยสูตรมาร์ติงเกลไม่ยุ่งยากซับซ้อน ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นกำหนดเงินเดิมพันในเกมแรกไว้ที่ 100 บาท หากชนะเกมก็วางเดิมพัน 100 บาทเช่นเดิม หากแพ้ให้เพิ่มเงินเดิมพันเป็น 200 และหากแพ้อีกให้วางเงินเดิมพัน 400 บาทแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ให้สังเกตตารางด้านล่างเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
1100แพ้-100
2200แพ้-300
3400แพ้-700
4800ชนะ100

จากตาราง ผู้เล่นวางเงินเดิมพันเกมแรกที่ 100 บาท ในเกมที่ 1, 2 และ 3 ผู้เล่นจะแพ้ทุกเกม ทำให้ต้องเพิ่มเงินเดิมพันเป็น 100, 200 และ 400 ตามลำดับ และเกมที่ 4 ผู้เล่นชนะ ทำให้ได้เงินกลับมา 800 หักลบที่ขาดทุนไปจะเหลือกำไร 100 จะเห็นได้ว่าผู้เล่นจะได้เงินที่เสียไปกลับมาในรอบเดียว

สูตรบาคาร่าเดลองเบ (D’Alembert) ใช้พื้นฐาน Negative Progression เช่นเดียวกับสูตรมาร์ติงเกล โดยมีหลักการ “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากแพ้เกม ลดเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม” แต่การเพิ่มลดเงินเดิมพันจะต้องเป็นแบบขั้นบันได ซึ่งอาจทำให้ได้เงินกลับมาไม่สูงมากเ่นเดียวกับสูตรมาร์ติงเกล

ตัวอย่างการวางเงินเดิมพันโดยใช้สูตรเดลองเบ ผู้เล่นกำหนดเงินวางเดิมพันเกมแรกที่ 100 บาท ในเกมที่ 1 และ 2 ผู้เล่นแพ้เกม ให้เพิ่มเงินเดิมพันเป็น 100, 200 และ 300 และในเกมที่ 3 ผู้เล่นชนะเกม ให้ลดเงินเดิมพันมาเป็น 200 สำหรับเกมที่ 4 ให้สังเกตขั้นตอนการวางเงินเดิมพันในตารางต่อไปนี้เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
1100แพ้-100
2200แพ้-300
3300ชนะ-100
4200ชนะ100

ผลจากการใช้สูตรบาคาร่าเดลองเบ จะเห็นว่าหากแพ้เกม ผู้เล่นก็จะเสียเงินไม่มาก และจะค่อย ๆ ได้เงินกลับคืนมาหากชนะเกมติดต่อกัน เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบทำกำไรแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ชอบเสี่ยง

Progression หรือ Progressive เป็นวิธีพื้นฐานของกลยุทธ์การเดินเงินอื่น ๆ โดยจะมีหลักการง่าย ๆ นั่นก็คือการเพิ่มหรือลดเงินเดิมพันในแต่ละเกมอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย Positive Progression และ Negative Progression ส่วนความแตกต่างนั้นให้สังเกตคำว่า Positive และ Negative

Positive Progression

สูตรบาคาร่าแรกคือ Positive Progression ซึ่งวิธีของกลยุทธ์นี้จะ “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม และลดเงินเดิมพันหลังจากแพ้เกม” ว่ากันว่าสูตรนี้จะค่อย ๆ ช่วยสะสมกำไรให้แก่ผู้เล่นตอนที่ดวงกำลังขึ้น และช่วยลดโอกาสการสูญเสียเงินเดิมพันเมื่อแพ้เกมตอนที่ดวงตก

หากลองมาวิเคราะห์ดูอย่างละเอียดแล้ว สูตรเดินเงินนี้อาจช่วยให้ผู้เล่นคว้ากำไรเป็นกอบเป็นกำได้ถ้าชนะติดต่อกันหลายเกม และจะเสียเงินไม่มากหากแพ้เกม เรียกได้ว่าสูตร Positive Progression นั้นเป็นสูตรบาคาร่าที่ช่วยให้เงินในบัญชีของผู้เล่นปลอดภัย แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้เล่นที่ใจร้อนกล้าได้กล้าเสียเท่าไหร่นัก

Negative Progression

สูตรบาคาร่า Negative Progression เป็นสูตรที่ตรงข้ามกันกับ Positive Progression หลักการของสูตรเดินเงิน Negative Progression คือ “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากแพ้เกม ลดเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม” โดยเป้าหมายหลัก ๆ ของสูตรนี้คือการเอาเงินที่สูญเสียไปกลับภายในครั้งเดียว

อย่างที่กล่าวไปแล้ว สูตรนี้จะเหมาะกับนักพนันที่กล้าได้กล้าเสีย หากดวงดีก็จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ หากดวงตกแพ้ติดต่อกันหลายเกมก็จะสูญเสียเงินมหาศาลได้ ลองวิเคราะห์ดูแล้ว เป็นไปได้ยากที่เราจะแพ้ติดต่อกันหลายเกม จะต้องมีสักเกมที่ชนะ ซึ่งการชนะนั่นเองจะทำให้ผู้เล่นได้เงินกลับคืนมาทั้งหมด

สูตรบาคาร่า 1-3-2-6 มีรูปแบบการเดินเงินที่คล้ายกับสูตรบาคาร่าพาโรลี โดยมีหลักการพื้นฐานของ Positive Progression หรือการเพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม และการเล่นให้ชนะจนจบรอบ กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่ง่ายไม่ซับซ้อน ช่วยให้ผู้เล่นชนะเกมได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยควบคุมสติ ควบคุมระบบการเล่น และลดความเสี่ยงมในการแพ้เกมเคล้ายกับกลยุทธ์ Paroli  สามารถนำไปใช้ได้ทั้งบาคาร่า แบล็คแจ็ค รูเล็ต และอื่น ๆ

กฎของสูตรบาคาร่า 1-3-2-6 ผู้เล่นจะต้องเล่นให้ครบทั้ง 4 รอบ หากแพ้เกมในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะต้องเริ่มใหม่และคงเงินเดิมพันตั้งต้นไปจนกว่าจะชนะและทำตามขั้นตอนต่อไปเรื่อย หากชนะครบทั้ง 4 รอบ ให้ย้อนกลับมาเริ่มใหม่ หากแทน 1 หน่วย=100 ก็จะได้เงินเดิมพันออกมาดังนี้ 100-300-200-600

รอบที่เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
11100ชนะ100
2300ชนะ400
3200ชนะ600
 4600ชนะ1,200

ตารางข้างต้นคือการเล่นจบ 1 รอบ ซึ่งจะต้องชนะทั้ง 4 เกม ทำให้ผู้เล่นมีกำไรถึง 1,200 บาท อีกกรณีที่มีการแพ้เกิดขึ้น หากแพ้ในเกมแรก จะเสียเงินเดิมพัน 100 หากชนะในเกมที่ 1 แต่แพ้ในเกมที่ 2 จะเสียเงินเดิมพัน 200 หากชนะ 2 เกมแรก แต่แพ้ในเกมที่ 3 จะได้กำไรเป็นเงิน 200 และหากชนะ 3 เกมแรก แต่แพ้ในเกมที่ 4 ถือว่าไม่ได้ไม่เสีย

ดังนั้น กลยุทธ์บาคาร่า 1-3-2-6 นั้นจะช่วยให้ผู้เล่นนะเดิมพันได้ง่าย รวดเร็ว และมีความเสี่ยงต่ำ เพราะหากแพ้เกม ผู้เล่นก็สามารถกลับมาเริ่มเกมใหม่และสร้างกำไรใหม่ได้

สูตรบาคาร่า พาโรลี (The Paroli) จะแตกต่างจากสูตรต่าง ๆ ข้างต้น เพราะสูตรพาโรลีจะใช้หลักการพื้นฐานของ Positive Progression หรือการเพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม โดยมีอัตราการได้เสียแบบ 50:50 นอกจากบาคาร่าแล้ว กลยุทธ์พาโรลีสามารถใช้ได้กับเกมคาสิโนอื่น ๆ เช่น รูเล็ต โปกเกอร์ แบล็คแจ็ค เป็นต้น

วิธีการนำสูตรบาคาร่าพาโรลีไปใช้คือการกำหนดรอบในการเล่นเกม โดยใน 1 รอบจะมีทั้งหมด 3 เกม โดยผู้เล่นจะต้องชนะให้ได้ทั้ง 3 เกม การชนะในแต่ละเกมนั้น ผู้เล่นจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าในเกมถัดไป หากแพ้เกมให้กลับมาเล่นที่จำนวนเงินเดิมพันที่วางในเกมแรก ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนะครบ 3 ครั้ง

ตัวอย่างเช่น เกมที่ 1 วางเงินเดิมพัน 100 บาท ชนะ เกมที่ 2 เดิมพันที่ 200 บาท ชนะอีก เกมที่ 3 ก็ให้เดิมพันที่ 400 บาท ชนะอีก เป็นอันจบรอบ ทำให้ได้กำไรถึง 700 บาทเลยทีเดียว แต่ถ้า เกมที่ 1 วางเงินเดิมพัน 100 บาท แพ้ เกมที่ 2 เดิมพันที่ 100 บาทเหมือนเดิม แพ้อีก เกมที่ 3 ก็ให้เดิมพันที่ 100 บาทจนกว่าจะชนะถึงจะเพิ่มเงินเดิมพัน ลองดูตัวอย่างในตารางเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น

ตารางที่ 1

รอบที่เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
11100ชนะ100
2200ชนะ300
3400ชนะ700

ตารางที่ 2

รอบที่เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
11100แพ้-100
2100แพ้-200
3100แพ้-300

จากตารางที่ 1 จะเห็นว่าหากชนะ 3 เกมติด ผู้เล่นจะได้กำไรในรอบนั้นถึง 700 บาทเลยทีเดียว แต่ในตารางที่ 2 หากแพ้ 3 เกมติด ผู้เล่นก็จะเสียเงินเดิมพันแค่ 300 บาทเท่านั้น แต่การจะนับรอบได้นั้น ผู้เล่นจะต้องชนะทั้งหมด 3 เกม เพราะถ้าแพ้ในเกมที่ 1, 2 หรือ 3 ผู้เล่นจะต้องกลับมาเดิมพันตั้งต้น ซึ่งจะไม่ครบรอบ 3 ดังนั้นกลยุทธ์พาโรลีช่วยลดความเสี่ยงในการเสียเงินเดิมพันเยอะนั่นเอง

สูตรบาคาร่า Oscar’s Grind หรือ Hoyle’s Press เป็นกลยุทธ์นี้เหมาะกับเกมคาสิโนที่มีโอกาสแพ้ชนะ 50:50 เช่น บาคาร่า รูเล็ต แบล็คแจ็ค ฯลฯ โดยเป้าหมายของกลยุทธ์นี้คือการทำกำไร 1 หน่วยต่อรอบการเดิมพัน ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่ได้กำไร 1 หน่วยให้หยุดเล่น และเริ่มรอบใหม่

วิธีการของกลยุทธ์นี้ จะมีการวางเงินเดิมพันเท่าเดิมหากแพ้เกม และเพิ่มเงินเดิมพันหากชนะเกม โดยเพิ่มที่ละขั้นจนกว่าจะได้กำไร 1 หน่วย แต่มีข้อจำกัด หากเพิ่มเงินเดิมพันแล้วได้กำไรมากกว่า 1 หน่วย ก็ให้วางเงินเดิมพันเท่าเดิม

ตัวอย่างตารางเพื่อให้เห็นภาพการวางเงินเดิมพันตามสูตรเดินเงินบาคาร่า Oscar’s Grind

เงินเดิมพัน (บาท)ผลกำไร
100แพ้-100
100แพ้-200
100ชนะ-100
200ชนะ100
เริ่มรอบใหม่ที่ 100  

จะเห็นได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่แพ้เกม ให้ลงเงินเดิมพันตามจำนวนเงินตั้งต้นที่กำหนดไว้ และเมื่อใดก็ตามี่ชนะเกม ให้เพิ่มเงินเดิมพันขึ้นอีกหนึ่งหน่วย การเพิ่มเงินเดิมพันในแต่ละหน่วยนั้นจะช่วยทดแทนเงินเดิมพันที่เสียไป จนกระทั่งผู้เล่นได้กำไร 1 หน่วย จึงจะครบรอบการเดิมพัน หลังจากนั้นก็ไปเริ่มรอบใหม่ได้

ดังนั้นสูตรบาคาร่า Oscar’s Grind จะให้ผลกำไรที่ช้ามากหากเทียบกับสูตรอื่น ๆ แถมยังจำกัดกำไรแ่ละรอบไว้เพียง 1 หน่วย อย่างไรก็ตามข้อดีของสูตรนี้คือความเสี่ยงน้อยมาก เหมาะกับผู้ที่เล่นเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ต้องการกำไรมาก

สูตรเดินเงินบาคาร่าฟีโบนัชชีนั้นเป็นอีกสูตรหนึ่งที่ใช้หลักการพื้นฐานของ Negative Progression นั่นก็คือการเพิ่มเงินเดิมพันทุกครั้งหลังจากแพ้เกม และลดเงินเดิมพันลงหลังจากชนะเกม ซึ่งตัวเลขนั้นเราจะไม่กำหนดเองเหมือนกับสูตรเดินเงินลาบูเชียร์ แต่จะมาจากเลขฟีโบนัชชี โดยมีหลักการที่เข้าใจง่าย ๆ นั่นก็คือ จำนวนตัวเลขถัดไปเท่ากับผลบวกของจำนวนสองจำนวนก่อนหน้า ซึ่งลำดับของตัวเลขนั้นจะเป็นดังนี้ 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233… ไปเรื่อย ๆ

ในการเริ่มเดิมพันนั้น ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเริ่มวางเงินเดิมพันด้วยตัวเลขใดก็ได้ ตัวอย่างเช่น (ตัวเลข 1 หน่วย=100) ถ้าเลือกเดิมพันตั้งต้นด้วยเลข 2 รอบที่ 1 เดิมพันที่ 200 แพ้ รอบที่ 2 ก็เดิมพันที่ 300 แพ้อีก รอบที่ 3 เดิมพันที่ 500 และถ้าแพ้อีกในรอบที่ 4 ก็ให้เดิมพันที่ 800 ตามลำดับของตัวเลขฟิโบนัชชี่ไปเรื่อย ๆ จากกว่าจะชนะ หากชนะ ให้ผู้เล่นถอยหลังไปสองตำแหน่ง เช่น หากชนะในรอบที่ 5 (เดิมพัน 1,300) ผู้เล่นจะต้องถอยหลังกลับไปเดินพันที่ 500 และหากชนะอีกให้ถอยหลังกลับไปเดิมพันที่ 200

เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
1200แพ้-200
2300แพ้-500
3500แพ้-1000
4800แพ้-1800
51300ชนะ-500
6500ชนะ0
7200ชนะ200

จากตาราง การใช้สูตรเดินเงินฟีโบนัชชีนั้นจะคล้ายกับสูตรเดินเงินลาบูเชียร์ ที่เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากแพ้ และค่อย ๆ ลดการเดิมพันหลังจากชนะ และจะได้กำไรกลับมาแม้จำนวนเกมที่แพ้จะมากกว่าเกมที่ชนะ ซึ่งการชนะในสูตรนี้จะไม่ได้กำไรมาเป็นกอบเป็นกำเท่าไหร่นัก แต่จะเป็นการสะสมไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เล่นวางเงินเดิมพันในตำแหน่งที่ปลอดภัย ไม่สูยเสียเยอะนั่นเอง

สูตรเดินเงินบาคาร่าฟีโบนัชชีอ่านเพิ่มเติม

สูตรฟีโบนัชชี

Fibonacci Wiki

หน้าหลัก
สมัคร
เข้าสู่ระบบ
LINE